Uncategorized
โควิดรักษาด้วยตัวเองได้ไหม
โควิดรักษาด้วยตัวเองได้ไหม ?
โควิดรักษาด้วยตัวเองได้ไหม ?
ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด19 เพิ่มขึ้นจำนวนมากทุกวัน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้อาจเป็นเหตุผลที่เชื้อไวรัสโคโรน่านั้น มีการกลายสายพันธุ์ใหม่ขึ้นอยู่ตลอดเวลา หมายความว่าไวรัสมีการขยายพันธุ์แพร่กระจายติดต่อกันเป็นวงกว้าง อีกทั้งโรคโควิดยังไม่มียาเฉพาะที่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้เพียงรักษาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย จึงเป็นเหตุผลที่โรคระบาดโควิดนั้นยังไม่หายไปจากทั่วโลกเสียที
ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดในซีซั่นนี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเสมอไป ในผู้ป่วยที่มีอากาที่ไม่รุนแรงหรือมีอาการเล็กน้อยจะได้รับการรักษาแบบ Home Isolation หรือการกักตัวที่บ้าน รักษาด้วยตัวเองได้ โดยกินยาตามที่แพทย์สั่งและแยกกักตัว ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่ปลอดเชื้อ เพี่อไม่ให้แพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น
จะเห็นได้ว่าเมื่อป่วยเป็นโรคโควิด หรือตรวจพบว่าติดเชื้อก็สามารถที่จะพักรักษาตัวเองได้ที่บ้าน เพราะระยะเวลาฝักตัวจากการรับเชื้อครั้งแรกเข้ามาในร่างกายจะอยู่ประมาณ 3 วัน จึงจะแสดงอาการออกมา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่แพทย์จัดว่าเป็นผู้ป่วยสีเขียวหรือไม่มีอาการแสดงออกมา ก็จะแนะนำให้กลับมากักตัวรักษาที่บ้านตนเอง Home Isolation เป็นวิธีที่ทางโรงพยาบาลเลือกใช้มากที่สุด สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว ที่ไม่มีอาการแสดง หรือแสดงอาการเพียงเล็กน้อย
เมื่อเข้ารับการรักษาโควิดแบบ Home Isolation สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดก็จะมีดังนี้
- เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นหรือผู้อาศัยร่วมกัน อย่างน้อย 2 เมตร
- แยกกักตัวเป็นพื้นที่ปิด ห้องส่วนตัว ห้องพัก ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น
- ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน
- สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
- ล้างมือบ่อยๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
- ควรใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น
- ไม่ควรสัมผัสหรือใช้สิ่งของภายในบ้านร่วมกันเช่น จาน ชาม แก้วน้ำ
แต่ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาตัวแบบ Home Isolation ผู้ป่วยจะต้องได้รับการประเมิณ เช็คอาการของโรคโควิดจากทางแพทย์หรือโรงพยาบาลเสียก่อนโดยแบ่งระดับของผู้ป่วยโควิด19 ตามระดับอาการป่วยเป็น สีเขียว เหลือง แดง เพื่อจัดยารักษาตามอาการ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว
เมื่อแพทย์ประเมินอาการของผู้ป่วยแล้วว่าเป็นสีเขียว ไม่มีอาการแสดง ส่วนใหญ่จะนำส่งเข้าโรงพยาบาลสนาม และ Hospitel เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง แต่ปัจจุบันจะให้รักษาและกักตัวอยู่ที่บ้านแบบ Home Isolation
- กลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง
เป็นผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงมากนัก แต่อาจจะมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว และมีโรคประจำตัวที่มีผลเสียร้ายแรงต่ออาการของโรคโควิด ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพราว่ามีความเสี่ยงที่โรคประจำตัวจะกระตุ้นให้เชื้อไวรัสทำงานได้ดีและเป็นอันตรายต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งโรคที่มีความเสี่ยงที่จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มสีเหลือมีดังนี้
- ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี
- โรคปอดเรื้อรัง
- โรคไตเรื้อรัง
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคเบาหวาน
- กลุ่มคนที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม
- โรคตับแข็ง
- โรคภูมิคุ้มกันต่ำ
- กลุ่มผู้ป่วยสีแดง
โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีอาการรุนแรง มีอาการหอบเหนื่อย หายใจไม่ออก หายใจลำบาก X-ray พบปอดอักเสบรุนแรง มีภาวะปอดบวม ซึ่งมีความอันตรายถึงชีวิต ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและรักษาโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพื่อประคองอาการไม่ให้มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
จากการแบ่งแยกกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิดออกเป็น 3 กลุ่มก็จะเห็นได้ถึงความแตกต่างของแต่ละกลุ่ม ทั้งเรื่องของอาการ ผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกัน และโรคประจำตัวของแต่ละบุคคลที่จะกระตุ้นทำให้เชื้อไวรัสทำร้ายร่างกายได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงจำเป็นที่จะต้องแบ่งแยกอาการเพื่อให้เข้ารักการรักษาอย่างตรงจุดและรวดเร็วที่สุด
ถ้าหากเป็นผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเขียวหรือไม่มีอาการแต่ตรวจพบเชื้อ โดยส่วนใหญ่แพทย์แนะนำให้รักษาตัวได้เองที่บ้าน จะสามารถเข้ารับการรักษาแบบ Home Isolation ได้ทันทีโดยประเมินตามเกณฑ์ดังนี้
- เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ
- มีอายุน้อยกว่า 60 ปี
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
- ยินยอมแยกกักตัวในที่พักของตัวเอง
- ไม่มีภาวะอ้วน น้ำหนักตัว>90 กก.
- ไม่มีโรคประจำตัวกลุ่มเสี่ยง ดังต่อไปนี้ โรคปอด โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน
สำหรับสถานการณ์โควิด19ในขณะนี้นั้น สำหรับผู้ที่ตรวจพบเชื้อด้วยการตรวจเบื้องต้นด้วย ATK หรือการตรวจแบบ RT-PCR ที่ได้ผลแม่นยำจากโรงพยาล อันดับต่อไปจะต้องประสานงานเพื่อเข้ารับการรักษาโดยแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์เอราวัณ กทม. โทร. 1669 สายด่วนกรมการแพทย์ 1668 และสายด่วน 1330 หรือแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันไลน์ @sabaideebot เมื่อแจ้งเรื่องเข้าระบบแล้ว แจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกลับ และจัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยในพื้นที่ไปส่งโรงพยาบาลสนามให้เร็วที่สุดในกรณีที่เป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงหรือกลุ่มผู้ป่วยสีแดง

