Uncategorized

เลือดกำเดาไหลบ่อยใช้ยา พ่นจมูก รักษาได้หรือไม่

เลือดกำเดาไหลบ่อยใช้ยา “พ่นจมูก” รักษาได้หรือไม่ ?

ภาวะเลือดกำเดาไหลเป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่โดยส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มเด็กและกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาโพรงจมูก ซึ่งเป็นการเกิดเยื่อบุจมูกอักเสบ ทำให้เส้นเลือกบริเวณโพรงจมูกส่วนหน้าแตกและไหลเป็นเลือดกำเดา มีโอกาสการเกิดขึ้นไม่มากนัก แล้วแต่ความรุนแรงของการอักเสบภายในโพรงจมูก

เลือดกำเดาไหล เป็นภาวะเลือดไหลออกทางจมูกส่วนหน้า โดยโพรงจมูกของคนเราจะแบ่งออกเป็นโพรงจมูกส่วนหน้าและส่วนหลัง แต่ภาวะเลือดกำเดาไหลนั้นเป็นการอักเสบของเยื่อบุจมูก บวมช้ำ จนเส้นเลือกแตกไหลออกมาเป็นเลือดที่เรียกกันว่าเลือดกำเดาไหลนั่นเอง

หากในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เป็นภาวะเลือดออกทางจมูกด้านหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดที่ใหญ่กว่าด้านหน้า ก็จะมีเลือดออกปริมาณมากกว่า ทำให้บางครั้งมีเลือดออกทางปากได้ด้วย ซึ่งมีความร้ายแรงมากกว่าภาวะเลือดออกทางจมูกด้านหน้า บางครั้งหากมีการเลือดออกโพรงจมูกด้านหลังแบบไม่รู้ตัว ผู้ป่วยอาจจะกลืนลงคอและทำให้เกิดอาการสำลักเป็นเลือด หรือหากเลือดลงไปสู่ปอดก็จะมีอาการไอเป็นเลือด ส่งผลให้เป็นอันตรายร้ายแรงได้

ในผู้ป่วยที่มีปัญหาภาวะเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้ง ทางที่ดีที่สุดคือควรรีบพบแพทย์ เพื่อปรึกษาและหาสาเหตุของโรค เพราะบางครั้งภาวะอักเสบภายในโพรงจมูกนั้น สามารถที่จะควบคุมหรือดูแลรักษาได้ด้วยยา “พ่นจมูก” หรือวิธีรักษาอาการเบื้องต้นในรูปแบบอื่นๆ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน เยื่อบุโพรงจมูกส่วนหน้าที่ได้รับการกระทบกระเทือนหรือเชื้อโรคสะสมจนเกิดการอักเสบ ก็เกิดเป็นภาวะเลือดกำเดาไหลได้ และอาการอาจรุนแรงมากขึ้นจนเกินกว่าจะควบคุมอาการได้


แนวทางการป้องกันภาวะเลือดกำเดาไหล

  1. รักษาความสะอาดภายในโพรงจมูก

การรักษาความสะอาดเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ที่จะทำให้ไม่เกิดโรคที่เกี่ยวเนื่องกับจมูกเลยก็ว่าได้ เพราะโรคที่เกิดในโพรงจมูกนั้นล้วนเป็นโรคที่มาจากสิ่งกระตุ้นรอบข้างเช่น ฝุ่นละออง เชื้อไวรัส ขนสัตว์ สภาพอากาศ จึงทำให้โพรงจมูกควรได้รับการทำความสะอาดบ่อยๆ โดยวิธีล้างน้ำเกลือทุกวันหรือง่ายกว่านั้นคือใช้ยา “พ่นจมูก” ที่มีตัวช่วยฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ล้างทำความสะอาดเชื้อโรคและฝุ่นละอองได้อย่างหมดจด ให้โพรงจมูกสะอาดอยู่เสมอป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อโรคสะสมจนเกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูกได้

  1. ป้องกันการเกิดอาการจาม ไอ คัดจมูก

ภาวะเลือดกำเดาไหลเกิดขึ้นได้จาก ภายในโพรงจมูกมีการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก เมื่อมีแรงดันเกิดขึ้นจากการไอ จาม แรงๆ ส่งผลให้เลือกฝอยแตกจนเกิดเป็นเลือดกำเดาไหลออกมา จึงทำให้ต้องหลีกเหลี่ยงอาการไอ จาม คัดจมูก เป็นระยะเวลานาน ด้วยการใช้ยา “พ่นจมูก” ที่ช่วยยับยั้งเชื้อโรคสะสม ลดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ที่ทำให้เกิดอาการคัดจมูก เพื่อไม่ให้เยื่อบุในโพรงจมูกเกิดการอักเสบ ไม่มีน้ำมูกคลั่งค้างภายใน จนเกิดเป็นภาวะเลือดกำเดาไหลอีก

  1. หลีกเหลี่ยงอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณจมูก

การเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเหลี่ยงได้ แต่ต้องระวังให้มาก สำหรับผู้ที่มีอาการเลือดกำเดาไหลเป็นประจำต้องระวังการกระทบ กระแทกบริเวณจมูกให้มาก เพราเยื่อบุโพรงจมูกของผู้ป่วยเลือดกำเดาไหลมีความบอบบางอยู่แล้ว เมื่อมีแรงกระแทกอย่างแรงหรืออุบัติเหตุรุนแรงก็จะทำให้เลือดกำเดาไหลออกมามากกว่าปกติ

  1. ใช้ยา “พ่นจมูก” ในการประคองอาการเลือดกำเดาไหล

ภาวะเลือดกำเดาไหลนั้นสามารถรักษาและดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยวิธีการใช้ยา “พ่นจมูก” เพื่อประคองอาการไม่ให้เกิดหรือรุนแรงมากกว่าเดิม ในยา “พ่นจมูก” ที่ใช้รักษาโรคจมูกอักเสบจนเกิดเลือดกำเดาไหลนั้นมีการใช้ยา 2 ตัวหลักๆ คือ ยากลุ่มสเตียรอยด์และยาต้านฮิสตามีน ซึ่งตัวยาทั้งสองกลุ่มนี้มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี ในยา “พ่นจมูก” ส่วนใหญ่จะมีตัวยานี้เป็นส่วนผสมหลักเพื่อยับยั้งและต้านการอักเสบภายในโพรงจมูก

ยากลุ่มสเตียรอยด์ใช้รักษาเลือดกำเดาไหลอย่างไร ?

เพราะยาสเตียรอยด์มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้ดี ภาวะผู้ป่วยที่มีอาการเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ อุดตันทางเดินอากาศ ยา “พ่นจมูก” ที่ผสมยาสเตียรอยด์จะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด ภายใน 10 นาทีหลังการฉีดยา “พ่นจมูก” อาการจะบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด และยังประคองอาการได้นานหลายชั่วโมงอีกด้วย

ยาต้านฮิสตามีนใช้รักษาเลือดกำเดาไหลอย่างไร ?

ยาที่รู้จักกันดีว่าเป็น “ยาแก้แพ้” ตัวนี้มีประโยชน์ในหลายด้าน ในผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้ก็จะมียาตัวนี้ติดตัวอยู่เสมอ รับประทานเมื่อมีอาการหรือมีภาวะเสี่ยงที่ภูมิแพ้จะกำเริบ เมื่อนำยาต้านฮิสตามีนมาเป็นส่วนผสมในยา “พ่นจมูก” จึงได้เป็นตัวยาที่จะใช้ทั้งรักษาและป้องกันเลยก็ว่าได้ ยา “พ่นจมูก” ที่ผสมยาต้านฮิสตามีนจะช่วยลดอาการแพ้ได้ดี เช่น อาการคัน จาม และน้ำมูกไหล ซึ่งออกฤทธิ์เร็วกว่ายาสเตียรอยด์ ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น และยังช่วยลดอาการน้ำมูกไหลได้ดีอีกด้วย ทำให้ไม่เกิดการอุดตันของน้ำมูกในโพรงจมูก จนเกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกสาเหตุของภาวะเลือดกำเดาไหลนั่นเอง