Uncategorized

ภูมิแพ้แต่ละชนิดมีความแตกต่างอย่างไร 

ภูมิแพ้แต่ละชนิดมีความแตกต่างอย่างไร 

ภูมิแพ้แต่ละชนิดมีความแตกต่างอย่างไรหลายคนต้องเคยมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล เวลาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ร้อนๆ หนาวๆ จะเริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวกเริ่มคัดจมูกหรือบางคนอาจจะมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วยเลยก็เป็นได้ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าคุณมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้

โรคภูมิแพ้นั้นเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่ได้รับเข้ามาทางการหายใจหรือรับประทานซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ โดยมักเป็นสารจำพวกโปรตีนต่างๆการเกิดโรคภูมิแพ้นั้นมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมกระตุ้นให้เกิดอาการได้ง่าย เช่นการได้รับสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณมากและเป็นระยะเวลานาน เช่นสารก่อภูมิแพ้ทางอากาศไรฝุ่น แมลงสาบ สัตว์เลี้ยง การสัมผัสมลพิษ (pollutant) หรือควันบุหรี่และสารก่อภูมิแพ้ทางอาหาร เช่น นมวัว ไข่ อาหารทะเล สิ่งกระตุ้นเหล่านี้เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปก็จะแสดงอาการออกมาภายใน 1-2 ชั่วโมงทันที

โรคภูมิแพ้นั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้โดยลูกที่เกิดจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้มีโอกาสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึงร้อยละ 50-80 เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างแม่นยำเป็นโรคที่มาจากพันธุกรรมได้ชัดเจน ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้สารกระตุ้นประเภทต่างๆแต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันและความรุนแรงไม่เท่ากันเพราะชนิดของสารก่อภูมิแพ้ที่ได้รับและการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลต่างกันทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดภูมิแพ้แล้วสามารถหายได้เองในระยะเวลาอันสั้นแต่บางรายอาจจะเกิดอาการแพ้จนอันตรายต้องส่งโรงพยาบาลทันทีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสารกระตุ้นที่ได้รับ

สารก่อภูมิแพ้มีกี่ประเภท

สารก่อภูมิแพ้มี 2 ประเภทหลักในผู้ป่วยแต่ละรายอาจจะมีอาการแพ้ต่อสารกระตุ้นได้มากกว่าหนึ่งชนิด

  1.     สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมและอากาศฝุ่นละออง ควันรถ มลพิษ ไรฝุ่นขนสัตว์ ละอองเกสร แมลงสาบ เชื้อรา ฯลฯ
  1.     สารก่อภูมิแพ้ประเภทอาหารนม ไข่ ถั่ว แป้งสาลี อาหารทะเล ส่วนผสมในอาหาร ฯลฯ

โรคภูมิแพ้มีกี่ประเภท

1.ระบบทางเดินหายใจ

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจส่วนมากเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ผู้ป่วยจะมีอาการไม่รุนแรงมากนักหรือเป็นอาการระดับเริ่มต้นคือ น้ำมูกไหล จาม คันจมูก คัดจมูก คนทั่วไปมักเรียกอาการเหล่านี้ว่า “แพ้อากาศ” ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรง เช่น ไอ แน่นหน้าอก มีอาการหอบมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเริ่มมีอาการของโรคหอบหืดร่วมด้วย

2.ระบบผิวหนัง

ภูมิแพ้ประเภทผิวหนังนั้นจะมีอาการผื่นลมพิษ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ของลมพิษมักเกิดจากอาหารและยาที่ร่างกายได้รับเข้าไปผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema) หรือผื่นแพ้จากการสัมผัสมักเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีพันธุกรรมของโรคภูมิแพ้ในครอบครัวหรืออาจเกิดจากการแพ้อาหาร เช่น นมวัว ไข่ แป้ง ซึ่งทำให้เกิดผื่นแดง โดยมักเกิดบริเวณแก้มในเด็กเล็กหรือข้อพับในเด็กโต ต่ภูมิแพ้ผิวหนังก็สามารถที่จะเกิดกับผู้ใหญ่ได้เช่นกันแต่จะพบผู้ป่วยน้อยกว่าในเด็ก

3.ระบบทางเดินอาหาร

สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ทางเดินอาหารจะมีอาการปวดท้องอาเจียน ถ่ายเป็นมูกเลือด เลือดออกในทางเดินอาหารสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้อาหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์นม ไข่ ถั่ว ปลา แป้งและกลุ่มอาหารทะเลที่มีเปลือกแข็ง หรือปลาทะเลน้ำลึกที่นำมาปรุงอาการทั้งสุกและดิบ เมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารเหล่านี้เข้าไปร่างกายก็จะมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับทันที ในรูปแบบของการแพ้อาหาร

4.ภูมิแพ้ระบบอื่นในร่างกาย (อาการรุนแรง)

ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการแพ้มากกว่าปกติอาจมีภาวะภูมิแพ้มากกว่าหนึ่งระบบ ซึ่งอาจจะเป็นแพ้อาการและแพ้อาหารในครั้งเดียวจะทำให้มีอาการรุนแรงกว่าปกติ อาจมีอาการเกิดขึ้นในทุกระบบ เช่น หอบ ลมพิษ ช็อกหรืออาจรุนแรงจนเสียชีวิตหลังจากการกินอาหารบางชนิด เช่น กุ้ง ถั่วลิสง ฯลฯ หรือภายหลังได้รับยาบางอย่าง เช่น เพนิซิลลิน ที่เป็นตัวกระตุ้นต่อสารก่อภูมิแพ้สาเหตุของโรคภูมิแพ้

  • กรรมพันธุ์

สาเหตุหลักที่มาจากต้นกำเนิดเลยของโรคภูมิแพ้ก็คือสามารถถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรมได้ หากพ่อหรือแม่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคภูมิแพ้ก็มีโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 20-30% แต่ในกรณีที่พ่อและแม่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ระบบใดก็ตามมีโอกาสที่ลูกจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้มากถึง 50-80% เลยทีเดียว

  • สิ่งแวดล้อม

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและสามารถเป็นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุก็ตามเพราะว่าตัวกระตุ้นมาจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายของเราสารก่อภูมิแพ้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น การหายใจ, การรับประทานอาหารหรือแม้แต่การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เป็นต้นเมื่อร่างกายทำปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้ ก็จะค่อยๆแสดงอาการของโรคภูมิแพ้ออกมาให้เห็น

อาการโรคภูมิแพ้เป็นอย่างไร

ในผู้ป่วยแต่ละรายอาการของโรคภูมิแพ้จะมีอาการแตกต่างกันและความรุนแรงไม่เท่ากันซึ่งปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้มักจะเกิดตามอวัยวะที่มีการอักเสบจากการกระตุ้นของสารก่อภูมิแพ้ที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย จึงทำให้มีอาการที่แสดงออกมาดังนี้

  • มีผื่นขึ้นบริเวณผิวหนัง เช่น ผื่นแพ้ ลมพิษ
  • มีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล
  • มีอาการไอแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด
  • แสบคอน้ำมูกไหลลงคอ หรือมีอาการหูอื้อ
  • มีอาการหอบแน่นหน้าอก หายใจไม่คล่อง หายใจมีเสียงหวีด