Uncategorized

โรคภูมิแพ้เหมือนไข้หวัดหรือไม่

โรคภูมิแพ้เหมือนไข้หวัดหรือไม่ ?

ปัจจุบันจะมีโรคบางชนิดที่เป็นโรคยอดนิยมที่พบเจอบ่อยครั้งในสังคม ซึ่งอาการของโรคมีความใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก แทบจะแยกกันไม่ออกเมื่อมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้ จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจให้ละเอียดโดยแพทย์ โดยเฉพาะอาการของโรคภูมิแพ้นั้นมีความคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัด แทบจะเหมือนกันอาจจะแตกต่างกันที่มีไข้ร่วมด้วย ที่จะเห็นได้เด่นชัดที่สุด และอาการอื่นๆ อย่าง ไอ จาม คัดจมูก ก็จะมีความคล้ายกันมาก จนบางครั้งก็แยกไม่ออกว่าผู้ป่วยเป็นภูมิแพ้หรือไข้หวัด

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะผลิตสารกระตุ้นต่อต้าน ที่มีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้แล้วก็จะแสดงอาการออกมา ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่พบส่วนใหญ่ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ ควัน มลพิษฯ โดยโรคชนิดนี้มักจะมีอาการไม่รุนแรงมากนัก ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลกเป็นโรคอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ แต่ในประเทศไทยนั้นมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี

ในสภาพแวดล้อมเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยมลภาวะที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้ง่ายเช่น ฝุ่น ควัน สารพิษ ขยะ น้ำเน่าเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการแพ้และเพิ่มความเสี่ยงให้ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายต้องทำงานเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีอาการกำเริบขึ้นได้ตลอดเวลา

การป่วยเป็นภูมิแพ้นั้น ร่างกายจะตอบสนองต่ออาการแพ้ต่อสิ่งนั้นๆ แตกต่างกันไปโดยสามารถแบ่งปฎิกิริยาการแพ้ได้เป็น 2 ระดับดังนี้

  1.       IgE Mediated Reaction หลังจากผู้ป่วยได้รับสารก่อภูมิแพ้จะเกิดอาการแพ้เฉียบพลันทันทีที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย
  2.       Non IgE Mediated Reaction เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไปร่างกายจะค่อยๆ เกิดอาการภายหลังได้รับสารก่อภูมิแพ้ประมาณ 4  ชั่วโมง

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ก็คือการที่ร่างกายรับเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไปไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง รับประทาน สูดดม สัมผัส ต่อสารก่อภูมิแพ้ จากนั้นร่างกายก็จะผลิตภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น ด้วยการสร้างสารเพื่อต้านทานต่อสิ่งสกปรกหรือสิ่งแปลกปลอม โดยสารที่ต้านทานนั้นมีผลต่อร่างกายโดยตรงคือจะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบในจุดที่มีสารก่อภูมิแพ้เข้าไปผสมอยู่และแสดงอาการแพ้ออกมาให้เห็น การเกิดโรคภูมิแพ้เป็นเหตุมาจากภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำงานมากเกินไป เป็นได้ในเฉพาะบุคคลที่แพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ทำให้เกิดอาการแพ้ต่อบางสิ่งไม่เป็นอันตรายต่อคนทั่วไป แต่เป็นอันตรายต่อตัวบุคคลที่แพ้เท่านั้น

สารที่ร่างกายรับเข้ามาและกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ในลักษณะต่างๆ เรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” โดยร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่อสารก่อภูมิแพ้ด้วยการแสดงอาการแพ้ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ตามความรุนแรงของร่างกายและปริมาณที่ได้รับสารกระตุ้นนั้นๆ โดยสารภูมิต้านทานซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่ในเลือด มีหน้าที่คอยป้องกัน รวมทั้งขจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ทำปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้บางชนิดที่ผู้ป่วยแพ้ทันทีหรือมีอาการอย่างเฉียบพลัน

ทำให้เห็นได้ว่าโรคภูมิแพ้นั้นสามารถเกิดได้กับเฉพาะคนที่แพ้ต่อสารกระตุ้นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็นโรคนี้ได้ และสารก่อภูมิแพ้บางชนิดไม่ได้มีผลต่อคนที่ได้รับเข้าไปสู่ร่างกายทุกคน ซึ่งไม่เหมือนกับโรคไข้หวัดที่ทุกคนสามารถป่วยได้และรับมีโอกาสได้รับเชื้อหวัดได้เหมือนกันทุกคน

ไข้หวัดคือ โรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดทั่วไปและชนิดรุนแรง สายพันธุ์พิเศษ ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจในส่วนของจมูก ภายในโพรงจมูก ลำคอ และปอด อาการเบื้องต้นคล้ายภูมิแพ้แต่จะแตกต่างกันที่ มีไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหล ไอหรือจาม แต่มีความรุนแรงและมีโอกาสพัฒนาสู่ภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าภูมิแพ้นั่นเอง

โดยโรคไข้หวัดเป็นโรคที่สามารถพบได้ตลอดปี และระบาดในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน โดยเฉพาะในฤดูหนาวและฤดูฝนที่เอื้อต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี จะพบผู้ป่วยได้ตลอดเวลา เหมือนกับโรคภูมิแพ้ ที่มีตัวกระตุ้นจากสภาพแวดล้อมเช่นกัน อากาศ ความชื้น อุณหภูมิ มีส่วนทำให้ร่างกายภูมิต้านทานต่ำและกระตุ้นให้แพ้ได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกับไวรัสในไข้หวัดที่ติดได้ง่ายในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน

อาการของไข้หวัดโดยทั่วไปแล้วจะมีไข้เล็กน้อย หากเป็นในไข้หวัดใหญ่จะไข้สูงมากแบบเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียหมดแรง ไอ จาม เจ็บคอ คออักเสบ ผู้ป่วยบางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและท้องร่วงร่วมด้วย ซึ่งเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคไข้หวัดจะแพร่กระจายภายในอากาศและเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ หรือการมีเชื้อมูกปนเปื้อนในอากาศผ่านการดิน ดื่ม สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงก็จะทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ทันที

สรุปได้ว่าโรคภูมิแพ้นั้นแตกต่างจากโรคไข้หวัด ทั้งทางการติดต่อที่เชื้อไวรัสไข้หวัดนั้นจะติดต่อจากคนสู่คนได้และเชื้อจะแพร่กระจายไปในอากาศได้ตลอดเวลา แต่หากเป็นภูมิแพ้นั้น จะไม่สามารถติดต่อกันได้อาการแพ้จะเป็นได้เพียงเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ที่มีความคล้ายคลึงกันคือ ปัจจัยกระตุ้นที่ส่งผลให้เกิดโรคได้เหมือนกันเช่น สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ สภาพสังคมความเป็นที่ ความสะอาดภายในบ้านและอุปกรณ์การใช้งานส่วนตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีผลให้เกิดอาการแพ้ได้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมและในไข้หวัดก็จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้อย่างรวดเร็ว