Uncategorized

โรคภูมิแพ้มีกี่ประเภท

โรคภูมิแพ้มีกี่ประเภท ?

ถ้าจะพูดถึงโรคที่พบเจอบ่อยครั้งในสังคมไทยและสามารถที่จะเป็นได้ทั้งช่วงวัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ก็มีเพียงไม่กี่โรคเท่านั้น หลายคนต้องเคยได้ยินโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ที่คนใกล้ตัวเป็นบ่อยครั้งหรือแม้กระทั้งไปที่สภาพแวดล้อมแออัดก็จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจนให้เห็น จนรู้เลยว่าเป็นโรคชนิดไหน

โรคภูมิแพ้หรือเรียกว่า Allergy เป็นโรคที่เกิดจากการร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นๆ ทำให้เกิดการทำงานของระบบภายในร่างกายมีความผิดปกติเกิดขึ้น และแสดงอาการออกมาตามการแพ้ของแต่ละบุคคล

โดยส่วนใหญ่โรคภูมิแพ้จะพบมากในกลุ่มเด็ก แต่ในกลุ่มผู้ใหญ่จะเป็นภูมิแพ้ประเภทเรื้อรัง ที่พบว่าในช่วงเด็กมีอาการแพ้สารก่อภูมิแพ้บางอย่างแต่ไม่ได้รับการรักษาหรือหลีกเหลี่ยงสิ่งนั้น จึงทำให้มีผลระยะยาวจนถึงช่วงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้สามารถมีอยู่รอบตัวผู้ป่วยบางรายรู้ตัวว่าแพ้อะไร แต่บางรายไม่รู้ว่าแพ้สารก่อภูมิประเภทไหนบ้าง แต่ที่พบเจอในผู้ป่วยมากที่สุดจะเป็น อาหาร อากาศ อุณหภูมิสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป สารเคมี ฝุ่น ควัน ขนสัตว์ แมลง ละอองเกสรดอกไม้ หรือพืชบางชนิดที่ได้รับเกสร กลิ่นหรือรับประทานเข้าไปก็มีอาการแพ้ได้

จากข้อมูลจำแนกกลุ่มผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ สามารถแบ่งภูมิแพ้ออกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้

  1.   ภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจ

เป็นโรคภูมิแพ้อันดับต้นๆ ของกลุ่มโรคนี้เลยก็ว่าได้ โดยส่วนใหญ่จะเรียกกันเข้าใจง่ายๆ ว่า โรคภูมิแพ้อากาศ เป็นการที่ร่างกายตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เมื่อไปในที่หนาวเกินไป หรือร้อน ชื้นเกินไป ก็จะมีอาการเกิดขึ้นทันที ในทุกสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทหรือฝุ่นควัน ควันบุหรี่ อากาศเป็นพิษเยอะกว่าค่าปกติ ก็จะแสดงอาการออกมาได้ตลอดเวลา

อาการของโรคภูมิแพ้ในระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย เช่น ไอเรื้อรัง จามบ่อย แน่นหน้าอก มีเสมหะในคอ กลืนน้ำลายและอาหารลำบาก หายใจไม่สะดวกหรือหายใจเร็ว อาการมักจะหนักขึ้นในช่วงกลางคืน หรืออาจมีอาการคันตาจนมีน้ำตาไหลร่วมด้วย

  1.   ภูมิแพ้ในระบบผิวหนัง

ในภูมิแพ้ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ ญาติพี่น้อง แต่ก็จะมีความเกี่ยวเนื่องกับสภาพแวดล้อมด้วยเช่นกัน โดยหากผู้ป่วยมีการไปอยู่ในจุดที่ฝุ่นละอองเยอะ ขนสัตว์ ก็จะทำให้กระตุ้นให้เกิดอาการแสดงออกมา หากผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการคันตามผิวหนังหรือมีผื่นขึ้น แดง แล้วยังไม่รับการรักษาหรือกินยาช่วยระงับอาการก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นลมพิษผิวหนังอักเสบได้

อาการแสดงของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง ส่วนใหญ่อาการจะไม่แสดงออกมาทีเดียวแต่จะมีระยะเวลาในการค่อยๆ แสดงอาการออกมาให้เห็น เริ่มจากผื่นแดง ผดขึ้น รู้สึกคันตามผิวหนัง ไปจนผิวหนังมีตุ่มแดง หรือมีตุ่มน้ำเหลืองแห้งกรังขึ้น สภาพผิวจะเริ่มแห้งและทำให้รู้สึกคันกว่าปกติจนเกิดการเกาและอักเสบในที่สุด

  1.   ภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร

โรคภูมิแพ้ประเภทนี้ถือว่าเป็นภูมิแพ้ที่อันตรายที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการแพ้อาหารนั้นมีอาการแสดงออกอย่างเฉียบพลันหรือหลังรับประทานเข้าไปภายใน 1-2 ชั่วโมงเลยก็เป็นได้ และหากไม่ได้รับการรักษาอาการก็จะยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้แพทย์รักษาดีที่สุด

ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นภูมิแพ้อาหารประเภทต่างๆ นั้นที่พบบ่อยที่สุดจะเป็นอาหารประเภท นม ถั่ว ไข่ อาหารทะเล หรือสารปรุงรสอื่นๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้เป็นอย่างดี การรับประทานจึงต้องระวังให้มาก ไม่ควรรับประทานอาหารที่ไม่เคยทานมาก่อน อาหารคนละชนิดหรืออาหารที่มีส่วนผสมปรุงร่วมกับอาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ

อาการของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อาหารที่พบบ่อยมากที่สุดก็จะเป็น มีไข้อ่อนๆ  คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีทั้งถ่ายเหลวและถ่ายเป็นน้ำ ปากบวม คอบวม หากใช้มือสัมผัสก็จะรู้สึกมีก้อนบางอย่างอยู่ข้างใน ท้องอืดหอบหืด หายใจไม่ออก จนถึงขั้นส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจทำให้หายใจล้มเหลวจนเสียชีวิตได้

  1.   ภูมิแพ้หลายระบบร่วมกัน

ในกลุ่มผู้ป่วยประเภทภูมิแพ้ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น หากเป็นภูมิแพ้ประเภทใดประเภทหนึ่งก็มีโอกาสที่จะเป็นภูมิแพ้ประเภทอื่นๆ ได้เช่นกัน เนื่องจากสภาพร่างกายมีการปรับตัวและต่อต้านต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่างๆ แล้ว จึงทำให้อาจจะเกิดการกระตุ้นต่อสารก่อภูมิแพ้ประเภทอื่นๆ ตามมาด้วย หากได้รับตัวกระตุ้นอย่าง อากาศ ฝุ่น ควัน ละออง มลพิษ และอาการที่แสดงออกมาให้เห็นส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ เป็นไข้ อาเจียน หายใจติดขัด หายใจไม่สะดวก อาการเหล่านี้จะส่งผลให้ร่างกายตอบสนองภูมิต้านทานต่ำลง ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคภายนอกได้ อาจจะทำให้เกิดอาการของภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ มีผื่นคัน แดง ตุ่มใส ลามไปจนเป็นภูมิแพ้ตาร่วมด้วย คือผู้ป่วยจะมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ รู้สึกคันตา น้ำตาไหล มองเห็นไม่เหมือนเดิม หรือมองไม่ชัดก็เป็นได้เช่นกัน

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่พบคนป่วยจำนวนมาก็จริง แต่ก็เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยตัวเอง หากคุณมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับร่างกายของตัวเอง ระมัดระวังตนเองในการเลือกรับประทานและดูแลสุขภาพ รักษาความสะอาด และหมั่นไปตรวจสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอก็จะปลอดภัยจากภูมิแพ้แล้ว