Uncategorized

โควิดในประเทศไทยมีกี่สายพันธุ์

โควิดในประเทศไทยมีกี่สายพันธุ์ ?

                 หากพูดถึงโรคที่หลายคนต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้เลย ก็คงจะไม่มีโรคไหนน่ากลัวไปมากกว่า “โควิด” แล้วล่ะ เพราะทั่วโลกตอนนี้ต้องจับตามองว่าโรคระบาดชนิดนี้ จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสและขยายสายพันธุ์ไปได้ไกลอีกสักแค่ไหน เจ้าไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสชนิดที่ไม่รุนแรงมากนักถูกพบครังแรกในช่วงปี 1960 สามารถติดได้ทั้งคนและสัตว์ จึงทำให้ไวรัสชนิดนี้ขยายสายพันธุ์ใหม่ขึ้นเรื่อยๆ และมีความรุนแรงทวีคูณมากยิ่งขึ้นตามไปอีก

ปัจจุบันมีการค้นพบว่าไวรัสโคโรนามีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีที่สุดและแพร่กระจายไปทั่วโลกตอนนี้ก็คือสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยมีการพบมาก่อนคือวายพันธุ์ที่ 7 มีชื่อเรียกว่า “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” และในภายหลังถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โควิด-19” (COVID-19) นั่นเอง เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนไทยและต่างชาติ สายพันธุ์นี้แพร่กระจายไปหลายประเทศทั่วโลกทำให้ผู้คนล้มป่วย บางรายเสียชีวิต และมีสถิติการติดเชื้อที่พุ่งสูงจนเกิดเป็นปัญหาระดับประเทศเลยก็ว่าได้ หลายประเทศจึงต้องเฝ้าระวังและมีมาตรการการควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มงวด

มาทำความรู้จักไวรัสโควิดกลายพันธุ์ที่เข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นการทาง เรียกได้ว่าสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในไทยนั้น ก็เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ยอดติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นทุกวัน และอาการของผู้ป่วยแต่ละรายก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยนั้นจะมีภูมิต้านทานมากน้อยเพียงใด หากร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เชื้อไวรัสก็จะทำร้ายร่างกายได้ไม่มากนัก อาการก็จะไม่รุนแรง

ไวรัส Covid-19 สายพันธุ์อันตรายในไทยที่ต้องระวังมีอะไรบ้าง ?

  1.     โควิดสายพันธุ์ S (Serine) หรือ สายพันธุ์อู่ฮั่น

ถือว่าเป็นสายพันธุ์แรกที่เข้าสู่เมืองไทยเลยก็ว่าได้ สายพันธุ์นี้ถูกพบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน โดยเข้ามาประเทศไทยในช่วงมีนาคม 2563 จากคลัสเตอร์สนามมวยที่ลุมพินี ราชดำเนิน และอ้อมน้อย

อาการเบื้องต้นของโควิดสายพันธุ์ S หรือ สายพันธุ์อู่ฮั่น

  •       ไข้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  •       ไอแห้ง ไอต่อเนื่อง
  •       หอบเหนื่อย
  •       หายใจลำบาก
  •       อ่อนเพลีย
  •       การรับรสหรือได้กลิ่นผิดปกติ
  1.     สายพันธุ์อัลฟ่า

สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่มากจากประเทศอังกฤษ พบครั้งแรกที่เมืองเคนต์ในประเทศอังกฤษและเข้ามาระบาดในประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมกราคม 2564 และแพร่ระบาดอย่างหนักจากคลัสเตอร์ทองหล่อ ในปัจจุบันมีสายพันธุ์อัลฟ่าระบาดไปทั่วโลกมากกว่า 138 ประเทศ ที่ระบาดได้เป็นวงกว้างขนาดนี้เพราะว่า สายพันธุ์อัลฟ่านั้นสารมารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้ง่ายมากกว่าสายพันธุ์อื่นมากถึง 40-70% และยังเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี ทำให้มีอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตสูงขึ้นถึง 30%

อาการเบื้องต้นของโควิดสายพันธุ์อัลฟ่า

  •       มีไข้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  •       ไอ เจ็บคอ
  •       มีน้ำมูก
  •       ปวดศีรษะ
  •       ปวดเมื่อยร่างกาย
  •       หนาวสั่น
  •       หายใจหอบเหนื่อย
  •       อาเจียนหรือท้องเสีย
  •       การรับรสหรือได้กลิ่นผิดปกติ
  •  
  1.     สายพันธุ์เบต้า

สายพันธุ์เบต้านั้นเป็นสายพันธุ์แอฟริกา พบครั้งแรกที่เมืองเมืองอีสเทิร์นเคปของแอฟริกาใต้ และถูกพบว่าเข้าสู่เมืองไทยครั้งแรกที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 ไวรัสสายพันธุ์เบต้ามีอัตราการแพร่เชื้อไวกว่าสายพันธุ์เดิมถึง 50% ทำให้ไวรัสมีความแข็งแรงที่จะต่อต้านภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีมาก ทำให้ติดเชื้อกันได้ง่ายขึ้น

อาการเบื้องต้นของโควิดสายพันธุ์เบต้า

  •       เจ็บคอ
  •       ปวดศีรษะ
  •       ปวดเมื่อยร่างกาย
  •       ท้องเสีย
  •       ตาแดง
  •       การรับรสหรือได้กลิ่นผิดปกติ
  •       มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง
  •       นิ้วมือหรือนิ้วเท้าเปลี่ยนสี

 

  1.     สายพันธุ์เดลต้า

สำหรับโควิดสายพันธุ์เดลต้าหรือที่รู้จักกันดีว่า สายพันธุ์อินเดีย เป็นสายพันธุ์ที่พบในประเทศอินเดีย ก่อนจะมีการกระจายไปในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งธรรมชาติของไวรัสสายพันธุ์นี้คือจะจับเซลล์ของมนุษย์ได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้แพร่เชื้อติดต่อกันได้อย่างง่ายดายและเร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้เกิดการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าไปทั่วโลก โดยในประเทศไทยพบครั้งแรกที่คลัสเตอร์แคมป์คนงานหลักสี่

อาการเบื้องต้นของโควิดสายพันธุ์เดลต้า

  •       ปวดศีรษะ
  •       มีน้ำมูก
  •       เจ็บคอ
  •       การรับรสชาติปกติ
  •  
  1.     สายพันธุ์โอไมครอน

เรียกได้ว่าสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่เข้าสู่ประเทศไทย เชื้อไวรัสโอไมครอน (Omicron) เป็นโควิดสายพันธุ์ที่น่ากังวล แพร่เชื้อเร็ว สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและไวขึ้นกว่าสายพันธุ์เดลต้า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเป็นผู้คนทั่วไปและในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันแล้วก็สามารถติดเชื้อโอไมครอนได้เช่นกัน

อาการเบื้องต้นของโควิดสายพันธุ์โอไมครอน

  •       อ่อนเพลีย
  •       เหนื่อยง่าย
  •       ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยเนื้อตัว
  •       ไม่ค่อยมีไข้
  •       จมูกยังได้กลิ่น
  •       ลิ้นยังสามารถรับรสได้
  •       อาจมีอาการไอเล็กน้อย
  •       ปอดอักเสบ

แต่สำหรับในประเทศไทยเชื้อไวรัสโควิด มีหลายสายพันธุ์ที่เข้ามาระบาดในประเทศ ทำให้ผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายจำนวนมาก ซึ่งในประเทศไทยอาจจะยังไม่มีวัคซีนในที่จะช่วยป้องกันเชื้อไวรัสตัวนี้ได้ ทำได้เพียงดูแลสุขภาพและฉีดวัคซีนที่อาจจะมีผลป้องกันเชื้อได้เพียง 50% จึงทำให้ผู้คนทั่วไปจะต้องเฝ้าระวังโรคโควิดให้มากและใส่ใจดูแลตัวเองอยู่