Uncategorized

สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่าย

สภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่าย

สภาวะแวดล้อมในปัจจุบันมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้มากมายหลายโรค เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศ สภาพมลพิษ ฝุ่นละอองเกินค่าที่กำหนดทำให้ร่างกายของแต่ละคนได้รับสารพิษเหล่านี้เข้าไปและมีการตอบสนองหรือแสดงอาการตอบกลับมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งนั่นหมายถึงว่ามีผู้คนบางกลุ่มที่มีภูมิต้านทานร่างกายสูง สุขภาพดี แข็งแรง สามารถต่อต้านและป้องกันเชื้อโรคจากภายนอกได้เป็นอย่างดี แต่ในกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและป่วยเป็นภูมิแพ้ร่วมด้วยนั้น ยิ่งจะทำให้ส่งผลกระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการออกมาให้เห็น สารก่อภูมิแพ้ในร่างกายต่อต้านต่อสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ที่ร่างกายได้รับเข้าไป ทำให้อาการกำเริบและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ระบบการทำงานของร่างกายนั้น เมื่อนำเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปไม่ว่าจะทางการหายใจ สูดดม สัมผัสหรือรับประทานเข้าไปแล้ว เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้จากสภาพแวดล้อมภายนอก ระบบภูมิคุ้มกันและแอนติบอดี้จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ฮีสตามีน” สารนี้เองที่เป็นต้นเหตุของอาการภูมิแพ้ทำให้เกิดอาการ ไข้ คัดจมูก น้ำมูก หายใจติดขัด อาเจียน คลื่นไส้ ผื่นแดง ตุ่มคัน ซึ่งเป็นปกติของกลไกภายในร่างกาย การเกิดอาการภูมิแพ้นั้นเป็นเพียงวิธีการป้องกันตัวเองอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะว่าระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนักมากเกินไป และเมื่อรับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาก็จะถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายจึงค่อนๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

โรคภูมิแพ้เกิดจากการได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันพยายามกำจัดสารนั้นออกมาโดยการผลิตสารฮีสตามีนเพื่อทำหน้าที่ต่อต้านสารแปลกปลอมนั้น กระตุ้นให้ร่างกายมีอาการผิดปกติแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ซึ่งหากไม่ต้องการเสี่ยงต่อการกำเริบของภูมิแพ้ ก็จำเป็นต้องหลีกเหลี่ยงสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการของภูมิแพ้ โดยสามารถแบ่งสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ออกมาให้เห็นชัดเจนได้ดังนี้

1.สภาพแวดล้อมมลพิษ

ถ้าพูดเรื่องมลพิษ ทุกคนต้องนึกถึงควันรถ ควันไฟ ที่เห็นบ่อยที่สุดและมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นั่นแปลว่าถูกต้องแล้วในสภาพแวดล้อมของมลพิษทางอากาศที่เด่นชัดเลยคือควันรถยนต์ หากผู้ป่วยภูมิแพ้อากาศนำตัวเองไปยืนอยู่ข้างถนนบ่อยครั้ง ร่างกายก็จะสูดดมมลพิษเสียเข้าไปในร่างกายและมีอาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูกไหล แสดงแกมาทันทีแบบเฉียบพลัน เนื่องมาจากมลพิษในอากาศมีรอบตัวมีทั้งรุนแรงและไม่รุนแรงมากนัก แต่ถ้ายิ่งความเข้มข้นของสารพิษมากเพียงใดก็จะยิ่งกระตุ้นสารก่อภูมิแพ้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ป่วยภูมิแพ้ไม่ควรไปอยู่ในจุดที่มลพิษทางอากาศหนาแน่น

2.สภาพแวดล้อมฝุ่นละออง

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าฝุ่น มีอยู่รอบตัว ทุกที่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะอากาศทั่วไป ภายในบ้าน ภายในที่ทำงาน หรือแม้แต่ตามท้องถนนทั่วไป ซึ่งฝุ่นมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากเป็นฝุ่นประเภทที่มองเห็นได้ด้วยตาอากาศบริเวณนั้นๆ ก็จะมีปริมาณของฝุ่นละอองหนาแน่นจนเกิดเป็นมลพิษทางอากาศเลยก็ว่าได้ ผู้ที่ป่วยเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้อากาศ ตัวฝุ่นละอองก็เป็นตัวกระตุ้นให้สารก่อภูมิแพ้ทำงานได้ดี ทำให้เมื่ออยู่ในที่ที่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจำนวนมาก ร่างกายก็จะแสดงอาการ จามรุนแรง ผื่นคัน ผิวหนังแดง แห้ง ตุ่มใสแดงออกมาทันที ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จึงควรหลีกเหลี่ยงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น

3.สภาพแวดล้อมขนสัตว์

ใครที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักแล้วป่วยเป็นภูมิแพ้ต้องระวังให้มาก เพราะในสัตว์เลี้ยงนั้นมีทั้ง ไรฝุ่น ขนสัตว์ เชื้อรา ที่รวมอยู่ด้วยกันจำนวนมาก ถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นการเกิดภูมิแพ้ได้ดีเลยทีเดียว ขนสัตว์ถึงแม้จะหยิบจับ สัมผัสได้ แต่ก็สามารถที่จะหายใจเอาขนสัตว์ขนาดเล็กเข้าไปในร่างกายได้เช่นกัน ในกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการแพ้ก็จะหายใจได้ปกติ แต่หากเป็นกลุ่มภูมิแพ้ขนสัตว์จะมีอาการจามตลอดเวลา อาจจะจามหนักจนน้ำตาไหลและลามไปคันตา คันจมูกร่วมด้วยเลยก็เป็นได้

4.สภาพแวดล้อมน้ำ

น้ำถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องดื่มเพื่อให้ร่างกายได้หล่อเลี้ยงระบบการทำงานของร่างกายต่อไปได้ แต่น้ำที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวนั้น ก็ควรจะเป็นน้ำที่ดี คุณภาพดีและผ่านการคัดกรองก่อนที่จะดื่มเข้าไปในร่างกาย หรือสัมผัสใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ น้ำที่ดื่มและน้ำที่ใช้ต้องแยกออกก่อน น้ำดื่มควรจะเป็นน้ำที่ผ่านการกรองสารเคมีออกไป กรองคอลลีนมาเป็นอย่างดีก่อนดื่มเข้าสู่ร่างกายเพื่อป้องกันสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่นั้นทำให้เกิดอาการแพ้ต่างๆ ส่วนน้ำที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันควรเป็นแหล่งน้ำที่ดีสะอาด ไม่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก แต่สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ควรจะหลีกเหลี่ยงการสัมผัสกับน้ำเน่าเสีย น้ำท่วมขัง เพราะน้ำเหล่านี้จะมีเชื้อโรคและสารเคมีสะสมอยู่จำนวนมากส่วนมากจะเกิดจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำยาย้อมผม ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ที่ทำให้เน่าเสีย ในกลุ่มคนที่เป็นภูมิแพ้เพียงแต่ได้รับกลิ่น สูดดมเข้าไป ก็มีอาการเวียนหัว อาเจียนได้แล้ว จึงไม่ควรสัมผัสต่อสารกระตุ้นเหล่านี้โดยเด็ดขาด

5.สภาพแวดล้อมผู้คน

ในแหล่งที่ผู้คนหนาแน่น มีเชื้อโรคและแบคทีเรียสะสมอยู่มากมาย ในกลุ่มคนหลากหลายเราไม่สามารถทราบได้เลยว่าคนไหนป่วยหรือมีเชื้อโรคอะไรแฝงอยู่หรือไม่ กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นภูมิแพ้เป็นกลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่อสิ่งเร้าเหล่านี้ต่ำกว่าคนปกติ จึงไม่ควรไปอยู่ในแหล่งที่ผู้คนแอดอัด เบียดเสียด จะทำให้อาการของภูมิแพ้ประเภทต่างๆ กำเริบได้ง่าย