Uncategorized

พ่นจมูก แล้วมีผลต่อหลอดเลือดอย่างไร

พ่นจมูก” แล้วมีผลต่อหลอดเลือดอย่างไร

จมูกของคนเรานั้นมีหน้าที่ในการหายใจเอาอากาศเข้าไปในร่างกายผ่านรูจมูกทั้งสองฝั่ง ลำเลียงอากาศเข้าไปผ่านระบบทางเดินหายใจเข้าสู่ปอด เมื่อเราหายใจในอากาศที่บริสุทธิ์ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อเราหายใจเอาเชื้อโรค อากาศพิษเข้าผ่านจมูกของเราเมื่อไหร่จะเกิดเป็นปัญหาทันที และคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเลือกหายใจเอาแต่อากาศดีๆ ไร้ฝุ่นละอองหรือตัวกระตุ้นเหล่านี้เข้าไปในร่างกายผ่านทางจมูก จึงทำให้หลายครั้งที่จมูกต้องทำงานหนักกรองอากาศและเชื้อโรคด่านแรก เมื่อมีการนำเอาเชื้อโรคเข้ามาสะสมเป็นจำนวนมากก็เกิดเป็นการอักเสบภายในโพรงจมูก


                 รู้หรือไม่ว่าในจมูกของเรานั้นมีหลอดเลือดที่เป็นต่อขยายของระบบทางเดินหายใจชั้นในร่วมอยู่ด้วย เมื่อมีตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ หลอดเลือดภายในโพรงจมูกก็จะมีอาการบวมแดงทันที แล้วเมื่อหลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นก็จะส่งผลให้เกิดอาการคัดจมูก มีน้ำมูกไหล หายใจไม่สะดวกนั่นเอง


โดยอาการเบื้องต้นเมื่อหลอดเลือดเกิดการหดตัวในโพรงจมูก  สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง หากมีอาการข้างต้นให้ประเมินตัวเองเลยว่าหลอดเลือดภายในโพรงจมูกกำลังขยายตัวหรือเกิดการอักเสบภายใน


  •       ระคายเคืองในจมูก
  •       น้ำมูกไหลบ่อย
  •       แสบหรือปวดจมูก
  •       เยื่อบุโพรงจมูกบวมแดง



 เมื่อมีอาการหดตัวของหลอดเลือดภายในโพรงจมูกแล้ววิธีที่จะทำให้หายได้เร็วที่สุดคือการ “พ่นจมูก” โดยยา “พ่นจมูก” จะเป็นตัวที่ลดอาการได้อย่างรวดเร็วที่สุด เนื่องจากยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้ “พ่นจมูก” จะออกฤทธิ์เร็วภายใน 5 นาที และสามารถรักษาอาการได้นานถึง 12 ชั่วโมง


ยา “พ่นจมูก” เป็นกลุ่มยาแก้อาการคัดจมูก เป็นยาที่ออกฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดบริเวณจมูกหดตัว ใช้ลดอาการบวมและคัดแน่นจมูกอันเนื่องมาจากหลอดเลือดขยายตัวจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคภูมิแพ้ ไข้หวัดทั่วไปที่มีอาการคัดแน่นจมูก ไซนัสอักเสบ แพ้อากาศ ฯลฯ จึงทำให้เมื่อฉีดพ่นแล้ว อาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้ยา “พ่นจมูก” กลุ่มแก้อาการคัดจมูกเกิน 5 วันตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะอาจทำให้มีอาการซ้ำได้ง่าย  เมื่อใช้ยา “พ่นจมูก” แล้วมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้หลายคนติดการใช้ยาและทำให้ใช้บ่อยจนเกิดภาวะจำเป็น


ยา “พ่นจมูก” ที่ใช้หดหลอดเลือดเป็นยาที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายชนิดหนึ่ง มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แตกต่างกันที่ส่วนผสมและตัวยาบางตัวที่จะช่วยรักษาได้เฉพาะจุด ให้กับโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดอักเสบภายในจมูก โดยใช้เพื่อลดอาการคัดจมูกเป็นหลัก และไล่อาการข้างเคียงอื่นๆ ตามลงมา


ยา “พ่นจมูก” ชนิดพ่นเป็นการบรรจุยาในขวดบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก ใช้วิธีการกระจายโดยหัวสเปรย์ เมื่อพ่นยาเข้าจมูก ละอองยาจะกระจายออกเป็นฝอย ออกฤทธิ์โดยทำให้หลอดเลือดในเยื่อบุจมูกหดตัว ทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวมลง ทำให้อาการคัดจมูกของผู้ป่วยดีขึ้น ยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้พ่นจมูกออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าชนิดกิน คือออกฤทธิ์ได้ภายใน 5-10 นาทีหลังพ่นทันที


การรักษาหลอดเลือดด้วยยา “พ่นจมูก” กับยาสเตียรอยด์


ยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้ “พ่นจมูก”  มีฤทธิ์ต้านการอักเสบร่วมด้วย ซึ่งช่วยเสริมฤทธิ์ร่วมกับยาสเตียรอยด์ “พ่นจมูก” ในการรักษาโรคจมูกอักเสบและไซนัสอักเสบได้ดี ยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้ “พ่นจมูก” จะทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวม ทำให้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกมีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุจมูกและ/หรือไซนัสที่อักเสบ หรือโรคริดสีดวงจมูก ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกออกฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี


หากต้องการที่จะรักษาโรคหลอดเลือดจมูกอักเสบโดยตรง ควรจะทำการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์พ่นจมูก + ยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้พ่นจมูก จะทำให้อาการของผู้ป่วยโรคจมูกและ/หรือไซนัสดีขึ้นเร็วกว่าการให้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเพียงชนิดเดียว เนื่องจากยาสเตียรอยด์พ่นจมูกออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบโดยตรง จึงใช้เวลานานกว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกจะออกฤทธิ์เพื่อระงับอาการเบื้องต้น จึงทำให้นิยมใช้ยา “พ่นจมูก” แบบมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ควบคู่กันเพื่อทำการรักษาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด


แต่หลังการใช้ยา “พ่นจมูก” เพื่อหดหลอดเลือดแล้ว เมื่อฤทธิ์หดหลอดเลือดหมดไป เยื่อบุจมูกอาจกลับมาบวมได้ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมีตัวกระตุ้นให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดกลับมาเหมือนเดิม ซึ่งเมื่อยา “พ่นจมูก” หมดฤทธิ์ก็มีโอกาสที่หลอดเลือดจะบวมมากกว่าเดิม ทำให้มีอาการคัดจมูกขึ้นมาอีก จึงทำให้ผู้ป่วยหลายรายใช้ยา“พ่นจมูก”ชนิดพ่นละอองบ่อยครั้งจนทำให้เกิดอาการต่อต้านและดื้อยาได้


แต่ข้อควรระวังในการใช้ยา “พ่นจมูก” เพื่อรักษาอาการหลอดเลือดหดตัวภายในจมูก หากผู้ป่วยใช้ยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้ “พ่นจมูก”  ต่อเนื่องกันนานกว่า 2 สัปดาห์ อาจทำให้เกิดภาวะเยื่อบุจมูกอักเสบจากยา ได้ จึงไม่แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาหดหลอดเลือดชนิดที่ใช้ “พ่นจมูก”  นี้นานเกินไป หากใช้ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ ก็จะได้ผลในการรักษาที่ดี และลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ จากยาได้ในอนาคต