Uncategorized

วิธีการรับมือเชื้อไวรัสโอไมครอน

วิธีการรับมือเชื้อไวรัสโอไมครอน

สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ผู้ติดเชื้อเริ่มกลับมาสูงขึ้นในประเทศไทยและต่างประเทศได้มีมาตรการรับมือหลากหลายรูปแบบแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะต้านทานต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ได้โดยสถานการณ์ยังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีกโดยเฉพาะหลังจากตรวจพบโควิดสายพันธุ์ลูกผสม “โอมิครอน” ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา มีแนวโน้มของผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นแต่สิ่งที่สำคัญที่หลายคนต้องให้ความสำคัญคือ การรักษาที่ครอบคลุมและสถานที่กักแยกตัวของผู้ป่วย ที่อาจจะมีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย ในเชื้อไวรัสตัวใหม่  “โอมิครอน”

ผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง และไม่ถึงกับเสียชีวิตจึงสามารถพักรักษาตัวที่บ้านได้เอง เพียงรับยาจากศูนย์แพทย์หรือสถานพยาบาลและแยกกักตัว เพื่อตรวจอาการซ้ำ จนกว่าร่างกายจะหายดี ตรวจไม่พบเชื้อ ก็สามารถออกใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่แพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

ติดโควิด-19 โอมิครอน ต้องทำอย่างไรบ้าง?

 อันดับแรกต้องตรวจเช็คอาการของตัวเองเชื้อไวรัสโอมิครอนเมื่อร่างกายได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว จะมีอาการแสดงออภายใน 2-3 วัน โดยมีอาการต้องสงสัย เช่น ปวดคอ มีน้ำมูก ไอหรืออาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ควรตรวจด้วยชุดตรวจด้วยตัวเองแบบ ATK ก่อนเบื้องต้นและเมื่อได้ผลตรวจเป็น 2 ขีดหรือติดเชื้อ จึงค่อยดำเนินการในขั้นตอนต่อไป


โดยเมื่อรู้ตัวว่าพบเชื้อโอมิครอนในร่างกายนั่นหมายความว่าเป็นผู้ป่วยโควิด สามารถที่จะดำเนินการรักษาต่อได้ใน 3 รูปแบบดังนี้

1.เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

วิธีนี้ผู้ป่วยจะต้องไปตรวจยืนยันผลโควิดอีกครั้งด้วยวิธี PCR ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านแจ้งว่าว่าติดเชื้อโควิด-19 เพราะตรวจได้ผลบวกจากชุดตรวจ ATK ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะขอเรียกตรวจด้วยวิธี PCR เพื่อยืนยันผลตรวจอีกครั้ง ซึ่งในกรณีของโรงพยาบาลนั้น อาจจะไม่สามารถเข้าพักรักษาได้ทุกสถานที่ เพราะเนื่องมาจากเตียงและบุคลากรทางการแพทย์อาจไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยจึงทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนักระยะสีแดง ผู้สูงอายุผู้ที่มีโรคประจำตัวจะได้รับเข้าการรักษาที่โรงพยาลก่อนอันดับแรก

2.รักษา Hospitel

หากผู้ป่วยที่ตรวจโควิดได้ผลบวกจากชุดATK และไม่มีอาการหนักมาก รวมถึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ฯลฯ) สามารถขอรับการรักษาด้วยวิธีการกักตัวใน Hospitel หรือที่โรงแรมหรือสถานที่ที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ได้โดยติดต่อที่โรงพยาบาลที่ให้บริการ Hospitel ใกล้บ้านที่เปิดรับผู้ป่วยโควิด หรือติดต่อสปสช ที่เบอร์ 1330

 

เข้าพักในห้องที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้เมื่อเข้าสู่กระบวนการเข้ารับการรักษาใน Hospitel หรือโรงแรมที่ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลแล้วจะมีเจ้าหน้าที่นำอาหารและยาและตรวจร่างกายระหว่างรักษาให้จนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อและตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้งก่อนปล่อยตัวกลับบ้านได้

 

3.กักตัวรักษาอยู่ที่บ้าน (Home Isolation)

วิธีสุดท้ายเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดโดยเฉพาะผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอน ผู้ป่วยจะเลือกพักรักษาตัวเองภายในบ้านซึ่งวิธีนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาได้ดีเหมือนที่โรงพยาบาลและ Hospital  การขอกักตัวรักษาเองอยู่ที่บ้าน หรือ Home Isolation สามารถติดต่อสปสช.1330 ทางสถานพยาบาลที่ดูแลจะเรียกตัวให้เข้าไปรับยาสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ และแนวทางตนขณะกักตัวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นระยะเวลาในการกักตัวอยู่ที่ 10-14 วันแต่บางรายเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาให้กักตัวเพิ่ม โดยอาจจะเพิ่มอีก 14 วัน เป็น 28 วันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกับอาการของผู้ป่วย และการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัส “โอมิครอน”

1.โอมิครอน อาการไม่หนักแต่อันตราย

เชื้อไวรัสโควิดทุกสายพันธุ์ที่ผ่านมาหลังจากมีการแพร่ระบาดมาประมาณ 2 ปีกว่าเชื้อทุกตัวที่ตรวจพบนั้น มีอาการที่รุนแรง เพิ่มความแรงของเชื้อขึ้นเรื่อยๆแต่พอมาถึงสายพันธุ์โอมิครอนนั้น ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเข้าไปในร่างกายกับมีอาการที่แสดงออกมาไม่มากนัก อาการไม่หนัก โดยมีอาการ ไอจาม คัดจมูกเหมือนไข้หวัดปกติทั่วไป บางรายอาจจะไม่แสดงอาการออกมาเลยก็เป็นได้แต่ถ้าถามว่าเชื้อโอมิครอนนั้นรุนแรงหรือไม่ตัวเชื้อนั้นอาจจะมีความแข็งแรงอยู่แล้วแต่ภูมิต้านทานของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อนั้น ก็มีผลเช่นกันหากเป็นกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วเมื่อได้รับเชื้อก็อาจจะสามารถต้านทานต่อเชื้อไวรัสได้ดีทำให้อาการไม่หนักและหายได้เองอย่างรวดเร็ว แต่หากเป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนเมื่อได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปแล้ว เชื้อก็จะไปทำลายส่วนต่างๆ ภายในร่างกายทำให้มีโอการติดเชื้อ เชื้อลงปอด และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาภายหลัง

2.เชื้อโอมิครอน รุนแรงน้อยกว่าเดลต้า

ความรุนแรงของเชื้อโอมิครอนเมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อเข้าไปแล้วจะรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้าอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอาการที่แสดงออกมาและแนวโน้มของเชื้อที่ลงปอดในผู้ป่วยสายพันธุ์เดลต้านั้นมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากเชื้อลงปอดจำนวนมากแต่มีจุดสังเกตที่สำคัญคือ อาการที่ไม่ค่อยรุนแรงนั้นมักจะเป็นในกลุ่มที่ได้รับฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดไว้แล้ว 2 เข็มเป็นอย่างต่ำ ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ยังมีอันตรายจากเชื้อไวรัสโอไมครอนจนอาจถึงเสียชีวิตได้เหมือนกับเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ เช่นกัน