Uncategorized

กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโควิดมากที่สุดคือ

กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโควิดมากที่สุดคือ


               ไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่มีมายาวนานกว่า 60 ปี ซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่ในชีวิตประจำวันมาโดยตลอดแต่ในปัจจุบันมีการกลายพันธุ์จากไวรัสโคโรนาเป็นไวรัสสายพันธุ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย โดยเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นเชื้อที่ก่อโรคได้ทั้งในคนและสัตว์ซึ่งอาการคือจะทำให้มีไข้และมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ โดยหากได้รับเชื้อดังกล่าวจะมีระยะฟักตัว 2-14 วัน และเนื่องจากตัวไวรัสมีสารพันธุกรรมRNA ซึ่งมีโอกาสกลายพันธุ์สูงสามารถติดเชื้อข้ามสปีชีส์กันได้จึงทำให้ไวรัสพัฒนาตัวเองเองและกลายพันธุ์ได้หลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่ในประเทศไทยกำลังพบเชื้อมาที่สุดเลยก็คือสายพันธุ์“โควิด19” ซึ่งเป็น


อาการของผู้ติดเชื้อโควิดพบบ่อยมากที่สุดคือจะ มีไข้ อ่อนเพลีย ไอจามเล็กน้อยและผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเพิ่มเติยเช่น ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ คอแห้ง ท้องเสียตาแดงอักเสบ ปวดศีรษะ ในบางคนที่ติดเชื้อแล้วมีผลต่อร่างกายมากๆก็จะมีอาการพิเศษเพิ่มขึ้นมาอย่าง ไม่ได้กลิ่น ไม่รับรส มีผื่นบนผิวหนังแต่หากเป็นผู้ป่วยที่อาการทรุดตัวรุนแรงเชื้อลงไปที่ปอดก็จะเกิดการอักเสบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย 


ไวรัสโควิด19 จะสามารถแพร่เชื้อติอต่อกันได้ง่ายมากๆ โดยแพร่จากคนสู่คนผ่านทางละอองฝอยที่มาจากจมูกหรือปากของผู้ติดเชื้ออาจจะเป็นจากการไอหรือจามแล้วเราหายใจเอาละอองนั้นเข้าไปหรือมือไปสัมผัสกับละอองฝอยนั้นแล้วมาจับบริเวณใบหน้าทำให้เราได้รับเชื้อโดยทันทีซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ง่ายมากและมีกลุ่มเสี่ยงมากมายที่จะติดเชื้อร่วมกันซึ่งหากติดต่อกันได้ง่ายก็จะทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเป็นไปอย่างรวดเร็ว 


แต่ก่อนที่อาการของผู้ติดเชื้อโควิดจะแสดงออกมานั้น ร่างกายก็ต้องได้รับเชื้อเข้าไปผ่านเยื้อบุต่างๆ เช่น โพรงจมูก การสัมผัส และเชื้อไวรัสก็จะก่อตัวภายในเสียก่อน จนนำไปสู่การติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เซลล์เยื่อบุหลอดลม เยื้อโพรงจมูกอักเสบ ซึ่งไวรัสจะใช้ผิวเซลล์ของไวรัสจับกับเอนไซม์ที่ผิวเซลล์มนุษย์ จากนั้นไวรัสโควิดก็จะค่อยๆ เพิ่มจำนวนเชื้อในตัวเราแพร่กระจายในร่างกาย ซึ่งหากภูมิต้านทานของเราไม่สามารถจัดการกับเชื้อไวรัสนี้ได้  จำนวนเชื้อไวรัสก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และกระจายไปยังเซลล์ข้างเคียง ทำลายเซลล์ในหลอดลมและปอด ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบและเกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวได้เฉียบพลัน

ในสถานการณ์ที่มีเชื้อไวรัสแพร่ระบาดอย่างหนักทำให้ผุ้คนติดเชื้อจำนวนมาก ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดมากที่สุดเลยก็จะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อในสถานที่เดียวกันเวลาเดียวกัน และไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยกลุ่มนี่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมากที่สุดและแพร่กระจายเชื้อไปให้ผู้อื่นได้ง่ายที่สุดเช่นกันโดยจะแยกกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดมาได้ดังนี้

 

  1. ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อโควิด-19ซึ่งกลุ่มผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันกับผู้ติดเชื้อแน่นอนว่ามีโอกาสที่จะรับเชื้อสูงมากเพราะว่าภายในบริเวณบ้านเดียวกัน พื้นที่เดียวกัน เมื่อมีการไอหรือจามจากผู้ป่วยละอองฝอยของเสมหะน้ำลายก็จะกระจายฟุ้งไปทั่วทำให้ต่อให้ใส่แมสก็จะได้รับเชื้อจากการสัมผัสแทนก็เป็นไปได้

 

  1. ผู้ที่ทานอาหารร่วมกันกับผู้ติดเชื้อโควิด-19การรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นย่อมมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสประเภทต่างๆอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะไม่ใช่เชื้อไวรัสโควิดแต่ก็มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้ออื่นๆซึ่งการใช้ช้อนกลางร่วมกันหรือรับประทานกับข้าวถ้วยเดียวกันเป็นการทานแบบใกล้ชิดมากทำให้มีการปนเปื้อนในอาหารที่มาจากน้ำลายของผู้ติดเชื้อส่งผลให้อีกคนที่รับประทานด้วยรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายทันทีจึงต้องขอให้ในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่มีความรุนแรงและติดต่อกันได้รวดเร็วแยกย้ายกันรับประทานอาหารของใครของมันก่อนจะลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด

 

  1. ผู้ที่พูดคุยกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในระยะใกล้ในการสนทนากับผู้ป่วยโควิดนั้นอาจจะต้องจำกัดระยะห่างและเวลาในการสนทนาพูดคุยให้มากซึ่งการพูดคุยในระยะใกล้ชิดกับผู้ป่วยไม่ว่าจะใส่แมสอยู่ก็ตามก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เช่นกันเพราะเราไม่รู้เลยว่าเชื้อไวรัสในอากาศจะแพร่กระจายในวงกว้างแค่ไหนและจะเผลอไปสัมผัสเข้ากับจุดไหนบ้าง จึงทำให้ต้องพูดคุยกับผู้ป่วยให้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

  1. ผู้ที่ได้สัมผัส หรือถูกผู้ติดเชื้อ ไอ จามรดในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด19นั้น จะมีระยะของละอองน้ำมูกที่ฟุ้งไปทั่วอากาศอยู่ที่ประมาณ 1-2 เมตรหากถูกผู้ป่วยโควิดไอหรือจามใส่โดยตรงแน่นอนความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูงมากแบบ 80%เลยทีเดียว จึงต้องระวังให้มากและใส่แมสอยู่ตลอดเวลาซึ่งจะเห็นได้ว่าในหลายสถานที่ขอความร่วมมือที่จะเว้นระยะห่างกันประมาณ 1 เมตรขั้นต่ำอยู่แล้วเพื่อเป็นการเซฟตัวเองมากที่สุดที่จะรับเชื้อในอากาศของผู้ป่วยคนใดคนหนึ่งที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
  1. ผู้ที่อยู่ในสถานที่แออัดร่วมกับผู้ติดเชื้อในระยะใกล้สถานที่หลายแห่งที่มีผู้คนมากมายและแออัดอยู่จำนวนมากในสถานที่ที่เป็นห้างสรรพสินค้า โรงเรียน รถโดยสารฯเป็นสถานที่ที่จัดว่าเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อเพราะว่ามีผู้คนสลับสับเปลี่ยนกันเข้าออกจำนวนมากทำให้ไม่สามารถที่จะตรวจเช็คได้ว่าใครที่มีเชื้อโควิดแฝงอยู่จึงทำให้ต้องหลีกเหลี่ยงสถานที่แออัดเหล่านี้